ผู้หญิง

“ขับถ่ายยาก” แก้ปัญหาท้องผูก กระตุ้นลำไส้ให้ถูกวิธี ส่งผลดีต่อสุขภาพ

ท้องผูก ขับถ่ายยาก อย่ามองเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป เพราะปัญหาช่องท้องอาจลุกลามบานปลายไปสู่โรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ในอนาคต อีกทั้งความยากง่ายในการขับถ่ายของแต่ละคน ยังส่งผลให้สับสนได้ว่าแบบไหนถึงเรียกได้ว่า “ขับถ่ายผิดปกติ” ลองเช็กลิสต์สัญญาณเสี่ยงอาการท้องผูก ขับถ่ายยาก และตอบคำถามขับถ่ายยาก ต้องกินอะไร ? พร้อมแนะนำวิธีคลายเชือกที่ผูกท้องจนท้องผูกเพราะไลฟ์สไตล์แบบง่ายๆ ไปด้วยกัน

อาการแบบไหนเรียกว่าท้องผูก “ขับถ่ายยาก”

แม้เราจะได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ว่าควรขับถ่ายให้ได้อย่างน้อยวันละครั้ง แต่แท้จริงแล้วระบบขับถ่ายและการทำงานของลำไส้คนเรายังมีความแตกต่างกัน การขับถ่าย 2-3 วันต่อครั้ง จึงยังคงเป็นช่วงเวลาขับถ่ายในเกณฑ์ปกติ ดังนั้น เมื่อพูดถึงการขับถ่ายที่มีปัญหาจึงควรตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะการเข้าห้องน้ำของเราเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ เช่น

  • ความยากง่ายในการขับถ่ายแต่ละครั้ง
  • ลักษณะการขับถ่ายที่เป็นปกติ (อุจจาระนิ่ม ไม่แข็ง)
  • รู้สึกสบาย โล่งท้องหลังการขับถ่าย
  • ไม่รู้สึกลำบาก หรือเจ็บขณะขับถ่าย

ซึ่งเราสามารถพบอาการเหล่านี้ได้ในช่วงใดช่วงหนึ่งเป็นปกติ แต่หากพบอาการเพียงข้อใดข้อหนึ่งแบบเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ ขับถ่ายยาก ถ่ายไม่สุด รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดกั้น ลักษณะอุจจาระแข็งและเป็นเม็ด โดยไม่มีทีท่าว่าจะหายขาดหรือกลับมาขับถ่ายได้เป็นปกติแบบแต่ก่อน ให้สงสัยได้ว่าการขับถ่ายกำลังมีปัญหา ซึ่งอาจเป็นผลมาจากระบบทางเดินอาหารส่วนปลาย และอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS) และภาวะลำไส้อุดตันตามมาได้ ก่อนจะไปถึงวิธีแก้ท้องผูก ถ่ายยาก จึงควรทราบสาเหตุและที่มา เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นปัญหาท้องผูก ขับถ่ายยากให้น้อยลง

5 สิ่งบั่นทอน สุขภาพ ระบบลำไส้ ทำท้องผูก ขับถ่ายยาก

เพราะสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เราเข้าใกล้อาการท้องผูก ขับถ่ายยากได้ง่ายที่สุด มักมาจากพฤติกรรมใกล้ตัวที่เราชอบคิดว่า “ทนไหว” แต่อาจกำลังเป็นการสร้างนิสัยใหม่ๆ ที่ไม่ดีให้ระบบลำไส้ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 5 สิ่งต่อไปนี้ที่มีผลต่อสุขภาพลำไส้ พร้อมทำให้ท้องผูกและนำไปสู่การขับถ่ายยากในที่สุด

  1. การอั้นอุจจาระ
  2. รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
  3. ดื่มน้ำเปล่าน้อย ดื่มชา กาแฟเยอะ
  4. เคลื่อนไหวร่างกายน้อย (นั่งนาน)
  5. ความเครียดสะสม

โดยเฉพาะการอั้นอุจจาระซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นด้วยเหตุสุดวิสัย เช่น การติดพันกิจกรรมบางอย่าง หรือการอดทนอดกลั้นแบบเกินพอดี รู้ตัวอีกทีก็หายปวดหนักไปแล้ว ซึ่งการทำพฤติกรรมดังกล่าวซ้ำเดิมไปเรื่อยๆ ยิ่งทำให้ขยับเข้าใกล้วงจรขับถ่ายยากได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเบ่งอุจจาระบ่อยๆ ยังเป็นการทำให้ความดันในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งค่อนข้างมีผลในคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อปัญหาขับถ่ายยากเกิดได้ง่ายเพราะไลฟ์สไตล์เป็นเหตุ วิธีแก้ท้องผูก ถ่ายยาก จึงต้องย้อนกลับไปที่การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

ขับถ่ายยาก กินอะไรดี กระตุ้นลำไส้ให้ถูกวิธีส่งผลดีต่อสุขภาพ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าภายในระบบลำไส้เรานั้น ยังมากไปด้วยระบบประสาทที่ซับซ้อนรองจากสมอง พร้อมทำหน้าที่ตัดสินใจและโต้ตอบต่อสิ่งเร้าภายนอกได้โดยไม่ต้องรอให้สมองคอยสั่งการเหมือนอวัยวะอื่นๆ เราจึงเห็นว่าทันทีที่รับประทานอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน เผ็ดร้อน หรือของแสลงเข้าไป อาการปั่นป่วนใดๆ ก็มักเกิดขึ้นได้แทบจะในฉับพลันทันที ถ่ายยากทำไงดี ? จึงต้องเริ่มที่การปรับไลฟ์สไตล์ให้เอื้อต่อการทำงานของระบบลำไส้และการขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ดังนี้

  • ฝึกร่างกายให้เข้าห้องน้ำเป็นเวลา และหากรู้สึกปวดท้องก็ควรขับถ่ายทันที
  • รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหาร (Fiber) ซึ่งพบได้ในผัก ผลไม้ รวมถึงธัญพืชชนิดต่างๆ
  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายและช่วยลดปัญหาการขับถ่ายยาก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาช่วยระบาย แต่ให้ฟื้นฟูร่างกายด้วยอาหารช่วยดีท็อกซ์

นอกจากการรับประทานผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้ง่ายขึ้นแล้ว อีกหนึ่งวิธีคือการรับประทานสมุนไพรจำพวกขมิ้นและกระเทียม ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยขับลมและระบายท้อง ทั้งยังมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี รวมถึงการฝึกบริหารอุ้งเชิงกราน ยังเป็นหนึ่งในคำตอบของคำถามถ่ายยากทำไงดีได้อีกด้วย เพราะเป็นท่าบริหารที่ช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างง่ายดายนั่นเอง การหาวิธีแก้ท้องผูก ขับถ่ายยาก แต่เนิ่นๆ จึงดีกว่าการละเลยปล่อยปัญหาเรื้อรังไว้นาน ซึ่งอาจนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อย่างคาดไม่ถึง เช่น เลือดออกทางทวารหนัก ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อน หรือร้ายแรงกว่านั้นอาจนำไปสู่โรคอันตรายอื่นๆ อย่างมะเร็งลำไส้

ข่าวเกี่ยวกับผู้หญิง คลิกที่นี่

เคล็ดลับสุขภาพ คลิกที่นี่

You may also like...